top of page
  • hivteam

ซิฟิลิส (Syphilis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม

ซิฟิลิส (Syphilis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม

ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) โดยมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทรีโพนีมา พัลลิดัม (Treponema pallidum) โดยปกติจะติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย การทำออรัลเซ็กส์ (Oral sex) การสัมผัสกับบาดแผลหรือเยื่อเมือกของผู้ที่ติดเชื้อโดยตรง

ซิฟิลิสจะติดต่อได้อย่างไร

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก กับผู้ติดเชื้อ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

  • การสัมผัสกับแผลซิฟิลิส ของผู้ติดเชื้อโดยตรง

  • การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ในระหว่างตั้งครรภ์ คลอดบุตร

อาการของซิฟิลิส

อาการของซิฟิลิส

อาการของซิฟลิสมักแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1: ผู้ป่วยจะมีแผลริมแข็ง (Chancre) ซึ่งมักไม่มีอาการเจ็บ แผลนี้มักปรากฏบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก แผลจะหายไปเองภายใน 2 - 8 สัปดาห์ แม้จะไม่ได้รับการรักษา แต่เชื้อแบคทีเรียจะยังคงอยู่ในร่างกาย

  • ระยะที่ 2: มักจะมีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย มักพบที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้า อาจมีแผลเจ็บในปากหรือในช่องคลอด อาการอื่นๆ อาจรวมถึง

  • ต่อมน้ำเหลืองโต

  • ปวดกล้ามเนื้อ

  • ปวดหัว

  • ไข้

  • อ่อนเพลีย

  • ระยะแฝง: ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใดๆ แต่เชื้อแบคทีเรียจะยังคงอยู่ในร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อซิฟิลิสจะลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

  • ระยะที่ 3: เป็นระยะที่รุนแรงที่สุดของโรคซิฟิลิส อาจส่งผลต่อระบบประสาท หัวใจ สมอง ตา และกระดูก อาการของระยะที่ 3 อาจรวมถึง

  • ตาบอด

  • หูหนวก

  • ใบหน้าผิดรูป

  • สมองเสื่อม

  • อัมพฤกษ์อัมพาต

  • หัวใจล้มเหลว

  • เสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนของซิฟิลิส

หากไม่ได้รับการรักษา ซิฟิลิสอาจส่งผลแทรกซ้อนร้ายแรงต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด

  • ระบบประสาท: ซิฟิลิสสามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis) โรคหลอดเลือดสมองอักเสบ (endarteritis) อัมพาต และสูญเสียความทรงจำ

  • หัวใจ: โรคซิฟิลิสสามารถส่งผลกระทบต่อหัวใจ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคลิ้นหัวใจอักเสบ (aortic valve disease) และหัวใจล้มเหลว

  • หลอดเลือด: โรคซิฟิลิสสามารถส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดโป่งพอง (aneurysms) และหลอดเลือดอุดตัน

  • การตั้งครรภ์: โรคซิฟิลิสสามารถส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และทารกเสียชีวิตในครรภ์

  • ทารกแรกเกิด: ทารกที่คลอดจากแม่ที่มีโรคซิฟิลิสอาจติดเชื้อได้ตั้งแต่แรกเกิด ทารกเหล่านี้อาจมีน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด และเสียชีวิตในทารกแรกเกิด

การวินิจฉัยโรคซิฟิลิส

การวินิจฉัยโรคซิฟิลิส

การวินิจฉัยโรคซิฟิลิสจะทำได้โดยวิธีการต่างๆ ดังนี้

การตรวจร่างกาย: แพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อหาสัญญาณของโรคซิฟิลิส ซึ่งอาจรวมถึง

  • แผลริมแข็ง (Chancre): แผลที่ไม่มีอาการเจ็บปวด เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก แผลนี้มักเป็นสัญญาณแรกของการติดเชื้อซิฟิลิส

  • ผื่น: ผื่นที่ผิวหนัง มักมีสีแดงหรือสีน้ำตาลแดง อาจมีอาการคันหรือไม่คัน

  • แผล: แผลเปื่อยที่ผิวหนัง มักมีสีขาวหรือสีเทา

  • ต่อมน้ำเหลืองโต: ต่อมน้ำเหลืองที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบอาจโตและบวม

การตรวจเลือด: การตรวจเลือดสามารถหาเชื้อซิฟิลิสได้หลายวิธี วิธีการตรวจเลือดที่พบบ่อย ได้แก่

  • การตรวจหาแอนติบอดีแบบไม่จำเพาะเจาะจง (Nonspecific treponemal test, NT): การตรวจนี้หาแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่อาจให้ผลบวกปลอมในบางกรณี

  • การตรวจหาแอนติบอดีแบบจำเพาะเจาะจง (Specific treponemal test, ST): การตรวจนี้หาแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อซิฟิลิส ผลการตรวจมักแม่นยำกว่าการตรวจแบบ NT

การตรวจอื่นๆ: ในบางกรณี แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจน้ำไขสันหลัง: การตรวจนี้หาเชื้อซิฟิลิสในระบบประสาท มักทำในผู้ป่วยซิฟิลิสระยะที่ 3 หรือในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อซิฟิลิส

  • การตรวจหาเชื้อโดยตรง: แพทย์อาจเก็บตัวอย่างจากแผลหรือผื่นเพื่อตรวจหาเชื้อซิฟิลิสด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษาซิฟิลิส

ซิฟิลิส สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน การรักษาซิฟิลิสได้ผลดีหากเริ่มรักษาเร็ว แต่หากไม่ได้รับการรักษา โรคซิฟิลิสอาจลุกลามและส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้

การป้องกันซิฟิลิส

ซิฟิลิส โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจส่งผลร้ายแรงหากไม่ได้รับการรักษา แต่ไม่ต้องกังวล! คุณสามารถป้องกันตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยวิธีเหล่านี้

  1. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

  2. ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

  3. หลีกเลี่ยงการใช้เซ็กส์ทอย (Sex toy) ร่วมกับผู้อื่น

  4. ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

  5. หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย

  6. การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ

ตรวจ รักษา ซิฟิลิส เชียงใหม่ได้ที่ไหน?

ตรวจ รักษา ซิฟิลิส เชียงใหม่ได้ที่ไหน?

สำหรับท่านไหนที่ต้องการ ตรวจซิฟิลิส หรือ รักษาซิฟิลิส ในจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในช่องทางที่สะดวกสบาย เข้าถึงง่าย ขอแนะนำที่ Hugsa Clinic กลางเวียง เชียงใหม่ ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ได้รับวุฒิบัตรรับรองจากสถาบันทางการแพทย์ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อมอบคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีให้กับชาวเชียงใหม่อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมบริการด้านการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และก้าวทันนวัตกรรมทางการแพทย์

ติดต่อเรา

  • ฮักษาคลินิก กลางเวียง เชียงใหม่

  • ตั้งอยู่ที่ 77/7 ถนน คชสาร ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

  • เปิดบริการทุกวัน

    • จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 20.00 น.

    • เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.

  • สอบถามผ่าน Line id. @hugsaclinic (มี @ ด้วยนะครับ)

  • เบอร์โทรติดต่อ ☎ 093 309 9988

  • แผนที่คลินิก 🚗 https://g.page/hugsa-medical?share

  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me

หากคุณคิดว่าคุณอาจติดเชื้อซิฟิลิส สิ่งสำคัญคือต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด การวินิจฉัย และรักษาโรคซิฟิลิสได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสในการหายจากโรคก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

댓글


댓글 작성이 차단되었습니다.
bottom of page